นับวันกระแสของ Social Commerce ตามสื่อต่างๆ ยิ่งมาแรงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งสื่อในไทยและสื่อต่างประเทศ วันนี้มาทำความรู้จักกับ Social Commerce กันนะครับ
Social Commerce คืออะไร?
Social Commerce นั้นถูกเริ่มพูดถึงครั้งแรกโดย Yahoo! ในปี 2005 และถูกกล่าวถึงเรื่อยมา ซึ่งคำจำกัดความนั้น ได้ถูกเปลี่ยนและปรับปรุงเรื่อยมา คำจำกัดความที่ชัดเจนและเข้าใจง่ายที่สุดในปัจจุบันนั้นกล่าวไว้ว่า
Social Commerce คือส่วนย่อยของ E-Commerce ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้ Social Media และสื่อออนไลน์อื่นๆ ในการส่งเสริมให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมและการมีส่วนร่วมของผู้ใช้งาน เพื่อช่วยให้เกิดการซื้อขายสินค้าและบริการบนอินเตอร์เน็ต
อ่านแล้วเข้าใจมั้ยครับ (- -” ) ขอแปลไทยเป็นไทยสั้นๆ อีกทีว่า
Social Commerce คือการใช้ Social media และอะไรก็ตามบนโลกออนไลน์ ในการขายสินค้าและบริการผ่านทางอินเตอร์เน็ต ยกตัวอย่างเช่น ความคิดเห็นของลูกค้า, คะแนน rating, การสนทนาใน facebook, twitter หรือสื่อออนไลน์เช่น youtube เป็นต้น
ส่วนตัวอย่างของการนำความคิด Social Commerce มาใช้จริง ผมขอสรุปย่อๆ จากที่เคยได้อ่าน ได้เจอมา ดังนี้ครับ
1. Flash Sale sites คือเว็บที่เสนอขายสินค้าราคาลดแบบสุดๆ เฉพาะช่วงเวลาสั้นๆ (ไม่กี่ชั่วโมง) เท่านั้น ตัวอย่างของ Flash Sales เช่น www.jetsetter.com จำหน่ายโปรแกรมท่องเที่ยว หรือห้องพักโรงแรมต่างๆ อีกตัวอย่างคือ Amazon Lightening Deals ซึ่งจะมีสินค้าหลากหลายอย่าง มาลดราคาสลับสับเปลี่ยนกันไปทุกวัน โดยจะจำกัดจำนวนสินค้า และจำกัดเวลาไว้ (ประมาณ 3-4 ชม) นอกจากนี้ผู้สนใจยังสามารถติดตาม ส่วนลดใหม่ๆ ของ Amazon ผ่านทาง Twitter @amazondeals ได้อีกด้วย
2. Group-Buying คือเว็บที่เสนอขายโปรโมชั่น หรือคูปองลดราคา โดยมีเงื่อนไขว่า จะต้องมีผู้ซื้อโปรโมชั่นนั้น มากกว่าจำนวนขั้นต่ำขึ้นไป โปรโมชั่นนั้นจึงจะใช้งานได้ ยกตัวอย่างเช่น โปรโมช่ันร้านอาหาร ต้องมีผู้ซื้อมากกว่า 100 คนขึ้นไป ถ้ามีจำนวนคนซื้อไม่ถึง ถือว่าโปรโมชั่นนั้นยกเลิก โดยทั้งนี้อาจจะมีการจำกัดจำนวนคูปองไว้ด้วย ตัวอย่างของแนวคิดนี้คือ Groupon ซื้อมีโปรโมชั่นมาขายตั้งแต่อาหาร สมาชิกนิตยสาร โปรแกรมเสริมสวย ไปถึงตั๋วโดดร่ม กันเลยทีเดียว สำหรับตัวอย่างในไทยที่ใกล้เคียงแนวนี้ คือ Ensogo เพียงแต่ว่าของ Ensogo นั้น ไม่จำเป็นต้องมีจำนวนผู้ซื้อขึ้นต่ำ ซึ่งจริงๆ ก็ถือว่าไม่ใช่แนวคิด group buying เป็นเพียงการนำแนวความคิดของคูปองส่วนลดแบบเดิม มาจำหน่ายผ่านทางอินเตอร์เน็ต
3. Social Shopping Sites เป็นเว็บไซต์สำหรับให้ผู้ใช้ โหลดรูปสินค้าที่สนใจ ไว้บนเว็บไซต์ แล้วขอความเห็นจากเพื่อนๆ หรือผู้ใช้คนอื่นๆ หรือโหลดรูปสินค้าที่ตนเองซื้อมาพร้อมกับความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับสินค้านั้นๆ รวมไปถึงการแนะนำสินค้าต่างๆ ที่น่าสนใจให้กับเพื่อน และผู้ใช้งานเว็บไซต์คนอื่นๆ ด้วย ตัวอย่างเว็บไซต์แนวนี้คือ Kaboodle
4. Social Shopping Apps แนวความคิดนั้นคล้ายๆ กับข้อ 3 แต่เปลี่ยนจากเว็บไซต์ เป็น application บนมือถือ หรือบน Facebook ตัวอย่างเช่น Myshopanion เป็นโปรแกรมสำหรับ iPhone โดยผู้ใช้สามารถค้นหาคำแนะนำเกี่ยวกับสินค้าที่ต้องการ โดยสามารถค้นหาได้จากการพิมพ์ keyword หรือสแกนบาร์โค้ด นอกจากนี้ยังสามารถ post ผ่าน Facebook หรือ Twitter เพื่อถามความคิดเห็นจากเพื่อนๆ รวมไปถึงการค้นหาส่วนลดของสินค้านั้นๆ ด้วย อีกตัวอย่างสำหรับ Social Shopping App บน Facebook คือ Amazon โดยผู้ใช้งาน Amazon ในอเมริกาและแคนาดา สามารถเชื่อมต่อ Amazon เข้ากับ Facebook ได้ โดยเมื่อสมัครแล้ว Amazon จะแนะนำสินค้าต่างๆ ให้ตรงกับความชอบของเรา รวมถึงสามารถแนะนำของขวัญให้กับเพื่อนของเรา ตามความชอบของคนๆ นั้น เมื่อใกล้วันเกิดของเพื่อนอีกด้วย
5. F-Commerce หรือคำเต็มคือ Facebook-Commerce คำอธิบายง่ายๆ คือ การเปิดร้านขายของบน Facebook นั่นเอง ตัวอย่างแรกของ F-Commerce คือ http://www.facebook.com/pampers ซึ่งเป็นร้านขายผ้าอ้อมเด็ก และสินค้าอื่นๆเกี่ยวกับเด็กอ่อน โดยร้านนี้เป็นความร่วมมือกันระหว่าง P&G และ Amazon (อีกแล้ว) โดยลูกค้าสามารถซื้อสินค้าได้โดยตรงจากหน้า Facebook รวมถึงใช้งานฟังก์ชั่นอื่นๆ ของ Facebook ได้ด้วยเช่นการโพสต์รูป หรือการถามปัญหาเกี่ยวกับการเลี้ยงลูก ซึ่งผู้ที่เข้ามาตอบคำถามก็จะเป็นลูกค้าคนอื่นๆ รวมถึงเจ้าหน้าที่ด้วย อีกตัวอย่างของ F-Commerce คือ Payvment ซึ่งเป็น application ที่ทำให้ใครๆ สามารถเปิดร้านค้าบนหน้า Facebook ได้เอง
หวังว่าจะบทความนี้จะช่วยทำให้เข้าใจเกี่ยวกับ Social Commerce มากขึ้นไม่มากก็น้อยนะครับ ถ้ามีอะไร update ใหม่ๆ จะรีบนำมาเสนอให้ได้อ่านกันนะครับ
ที่มา :





Pingback: Tweets that mention E-Commerce ถอยไป Social Commerce มาแล้ว | Narongch -- Topsy.com
เขียนได้เข้าใจง่ายดีค่ะ แบ่งเป็นหมวดหมู่ดี
ขอบคุณครับ
ขอเอาไปอ้างอิงได้มั้ยคะ?
จะเอาไปลงหนังสือ
ขออีเมลด้วยค่ะ จะไดุ้คุยรายละเอียด
ยินดีครับ ติดต่อได้ที่ narong.chart@gmail.com ครับ